Select Page

เฮดยูนิตขนาด 1 DIN กับ 2 DIN

เฮดยูนิตขนาด 1 DIN กับ 2 DIN

        เฮดยูนิตขนาด 1 DIN กับ 2 DIN จะต่างกันที่ขนาดเท่านั้น เฮดยูนิตแบบ 1 DIN จะเป็นแบบ Single CD ทั่วๆไป ส่วนเฮดยูนิตขนาด 2 DIN จะมีความสูงเป็น 2 เท่าของ 1 DIN ซึ่งโดยมากจะมีจอภาพ หรือจอมอนิเตอร์มาให้ด้วย ซึ่งทั้ง 2 ขนาดนี้ในเรื่องของคุณภาพเสียงนั้นไม่ต่างกัน มันไม่ได้อยู่ที่ขนาดแต่หากอยู่ที่ผู้ผลิตและการเลือกใช้งานของผู้บริโภค

20120429105226-124958525520120429105226-1319830102

เฮดยูนิตขนาด 2 DIN                                           เฮดยูนิตขนาด 1 DIN

เลือกรูปแบบให้ตรงความต้องการ

เฮดยูนิตในทุกวันนี้ มันมีอยู่อย่างมากมาย หลายรุ่น หลายราคา ให้สามารถเลือกได้ตามใจปรารถนา และตามงบประมาณ ถ้าไม่นับภาครับวิทยุแล้วปัจจุบันนี้มันก็มีอยู่ 2-3 แบบให้เลือก คือ จะเล่น CD / VCD ได้ หรือจะเล่น CD / DVD ที่มีราคาสูงขึ้นมาอีกหน่อย โดยมากจะเป็นในแบบมาตรฐานดั้งเดิม DIN หรือจะเลือกให้จบไปเลยก็คือในแบบ CD / VCD / DVD / TV เข้าด้วยกันก็ยังได้ ซึ่งเฮดยูนิตพวกนี้จะมีขนาดที่ใหญ่ในระดับมาตรฐาน Double DIN (2 DIN) อันนี้ก็แล้วแต่จะเลือกกัน

  • กรณีเปลี่ยนเฮดยูนิต ในกรณีที่ไม่มีเฮดยูนิตแบบที่เล่น VCD หรือ DVD ได้ หรือจะอย่างไรก็จะต้องมีการเปลี่ยนเฮดยูนิตใหม่อย่างแน่นอน ซึ่งในปัจจุบันนี้จะมีเฮดยูนิตประเภท All in One ออก มาเรียกน้ำลายเราอยู่อย่างมากมาย ขอแนะนำว่าน่าจะจับเฮดยูนิตแบบนี้มาเล่นจะคุ้มค่ากว่า เนื่องจากเครื่องเล่นจำพวกนี้มักจะมีระบบการเล่นที่ติดตั้งมาอย่างครบครัน แล้ว ไม่ว่าจะเป็น VCD, DVD และ TV Tuner แถมยังมีจอมอนิเตอร์ขนาด 6-7 นิ้วติดมาให้อีกต่างหากด้วย ซึ่งก็เลือกกันได้ตามสะดวก เท่าที่ที่เห็นมีให้เลือกทั้งในแบบ 2DIN และ DIN ที่สามารถพับจอเก็บได้คุ้มอย่างเหลือล้น
  • กรณีเพิ่มจอมอนิเตอร์ ต่อมาก็เป็นกรณีที่มีเฮดยูนิตที่เล่น VCD และ DVD ได้อยู่แล้ว ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าด้านหลังของ เฮดยูนิตจะมีสายพ่วงแบบ RCA แจ็คของ Video Out และ Audio Out อยู่ ทางด้านหลัง กรณีนี้ก็เหลือแต่การเพิ่มจอมอนิเตอร์เข้าไปเท่านั้น ในการเลือกจอมอนิเตอร์นั้นอยากจะแนะนำในเบื้องต้นว่า ควรจะเลือกในแบบที่มี TV Tuner ในตัวด้วย เพราะว่าเฮดยูนิตประเภทนี้กว่า 90% มักจะไม่มี TV Tuner ติดมาให้ ส่วนจะเป็นในแบบวางบนคอนโซลหน้า หรือจะเป็นแบบฝังเข้าไปในคอนโซลเลยนั้น มันก็แล้วแต่สะดวก

เลือกให้ได้ฟังก์ชั่นครบที่สุด

หมายความว่าถ้าเป็นไปได้ ควรเลือกในแบบที่สามารถที่จะเล่นได้อย่างหลากหลาย เพื่อการใช้งานที่คุ้มค่า เลือกแบบที่เล่นได้ทั้ง VCD, DVD, และ TV ยิ่งถ้าได้ในแบบที่สามารถเพิ่มเติมพวก วีดีโอเกมส์ กับระบบนำทาง GPS ได้ ในภายหลังก็ยิ่งดีใหญ่ แต่ปัญหาหลักของการเลือกให้ได้ครบทุกฟังก์ชั่นที่ว่านี้ โดยมากมักจะอยู่ที่เรื่องของงบประมาณเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งคงต้องตัดสินใจเอาเองว่าจะเอาฟังก์ชั่นไหนไว้ หรือเอาฟังก์ชั่นไหนออก

ทดลองฟังเสียงก่อนตัดสินใจ

เฮ ดยูนิตในรถยนต์นั้นส่วนใหญ่มีภาคขยายภายใน หรือที่เรียกกันว่าไฮ-เพาเวอร์มาให้ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน ไม่ต้องยุ่งยากหาเพาเวอร์แอมป์ภายนอกเพิ่มเหมือนในอดีต เพื่อเป็นการช่วยให้ผู้เล่นประหยัดค่าใช้จ่าย หรือบางครั้งก็ช่วยในการเพิ่มทางเลือกสำหรับการใช้ขับลำโพงคู่หลัง แต่ภาคขยายภายในเครื่องก็มีคุณภาพระดับหนึ่งเท่านั้น จะสังเกตได้ว่าเฮดยูนิตคุณภาพดี ราคาแพง ในรุ่นสูงๆมักจะไม่มีภาคขยาย หรือสามารถตัดภาคขยายภายในไม่ให้ทำงานได้ เพื่อนำไปใช้งานกับแอมป์ภายนอก ให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีขึ้น

ใน อดีตนั้นภาคขยายภายในเฮดยูนิต มักจะเป็นไอซีธรรมดา มีความร้อนสูง มีความเพี้ยนมาก กำลังขับที่ไม่สูงนัก ขับลำโพงก็มักจะได้คุณภาพระดับหนึ่ง ต้องใช้กับลำโพงความไวสูง จึงจะสามารถให้เสียงเพลงที่พอเหมาะสม ฟังเพลงได้มีความไพเราะ แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาภาคขยายภายในของเฮดยูนิตเปลี่ยนไปมาก ที่นิยมกันสูงสุดคือการใช้ทรานซิสเตอร์ชนิดมอสเฟส ซึ่งทรานซิสเตอร์ชนิดนี้จะมีความเพี้ยนต่ำ สามารถเลือกใช้รุ่นที่รับกระแสได้สูง เพื่อให้ได้พลังขับที่มาก คุณภาพเสียงจึงดีมากขึ้น กับลำโพงความไวสูงบางคู่ สามารถขับออกมาได้ดังดีมีรายละเอียด มิติเวทีกว้าง ฟังเอาไพเราะได้เลย ไม่ต้องเปลืองงบไปซื้อเพาเวอร์แอมป์เพิ่ม แต่ต้องไม่ลืมว่า แม้จะใช้ทรานซิสเตอร์ภาคขยายดีอย่างไร ข้อจำกัดทางด้านพื้นที่ภายในเฮดยูนิต และกระแสไฟที่ใช้ จึงไม่สามารถใส่อุปกรณ์ที่สามารถควบคุม และจ่ายกระแสไฟ รวมถึงวงจรที่มีคุณภาพลงไปได้ ภาคขยายภายในเฮดยูนิตจึงมีคุณภาพดีระดับหนึ่งเท่านั้น ถ้าผู้เล่นต้องการประหยัดงบประมาณ ก็สามารถเลือกเฮดยูนิตคุณภาพดี กับลำโพงที่มีความไวสูงความไวสูงระดับ 90 dB ขึ้นไป และไม่กินวัตต์สักคู่ ก็สามารถเพิ่มความไพเราะ ฟังในรถได้สบายๆ แต่ถ้านักเล่นต้องการคุณภาพเสียงที่มี รายละเอียด และได้พลังเสียงขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง การเพิ่มแอมป์ภายนอกที่มีคุณภาพดีก็คือทางออกที่ดูจะเหมาะสมกว่า

กรณีของเฮดยูนิตแบบ OEM

                การตัดสินใจที่จะเลือกเฮดยูนิตตัวใหม่เพื่อแทนที่เฮดยูนิตตัวเดิมที่ติดตั้งมาจากโรงงาน ซึ่งในรถยนต์รุ่นใหม่มักจะเป็นในแบบ OEM จึง เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะซับซ้อนอยู่สักหน่อย สาเหตุหลักของการตัดสินใจเปลี่ยนก็เนื่องมาจากว่า ความสามารถในการให้เสียงที่มีคุณภาพค่อนข้างต่ำ หรือให้เสียงได้อย่างจืดชืดไร้รสชาติ เนื่องจากว่าระบบที่ติดมากับรถนั้น มักมีการวางลำโพงที่แผงหลังไม่เหมาะสม หรือมีการใช้ลำโพงที่มีคุณภาพต่ำ ในรถบางรุ่นตัวเฮดยูนิตเองก็จะมีเครื่องเล่น CD มาให้ในตัว แต่มักจะเล่น MP3 ไม่ได้ หรือในบางรุ่นก็มีส่วนสำหรับควบคุม CD Changer มาให้ แต่ก็มีฟังก์ชั่นการควบคุมมาให้น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟังก์ชั่นของการควบคุม MP3 นั้นแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย

อีกปัญหาที่มักจะพบในเฮดยูนิตแบบ OEM ก็คือ มันมักจะมีรูปร่าง หรือรูปทรงที่แปลกๆ ถ้าเป็นในแบบ DIN, 1.5 DIN หรือ 2 DIN ก็ ถือว่าโชคดีที่สามารถเปลี่ยนได้เลย แต่ถ้าเป็นในแบบอื่นๆ หรือมีการติดตั้งส่วนควบคุมไปตามที่ต่างๆ อย่างการฝังไว้ในคอนโซลเลย หรือฝังไว้ที่พวงมาลัยรถยนต์ ก็อาจเป็นปัญหาได้ เพาะการเปลี่ยนนั้นอาจมาความยุ่งยากมากขึ้น นั่นก็หมายความว่ามันต้องมีค่าอุปกรณ์ และค่าแรงในการติดตั้งที่เพิ่มขึ้นด้วย

แนวคิดการแก้ปัญหา เฮดยูนิต แบบ OEM

กรณีที่เฮดยูนิตตัวเดิมมีภาคของการควบคุม Changer Control มาให้ วิธีง่ายๆก็คือการติดตั้งเครื่องเล่น CD/DVD/TV เพิ่ม เข้าไป โดยให้เลือกในแบบที่มันสามารถควบคุมการทำงานได้ด้วยตัวของมันเอง และทำงานร่วมกับเฮดยูนิตตัวเดิมได้ดี ดังนั้นก่อนที่จะซื้อหรือเปลี่ยน ให้ดูกันอย่างกว้างๆ และละเอียดถี่ถ้วนสักหน่อย หรือถ้าจะเปลี่ยนไปเลยจริงๆมันก็ทำได้ แต่ต้องคำนึงถึงเรื่องงบประมาณให้มาก

ข้อมูลจำเพาะของเฮดยูนิตที่ควรทราบ

  • Changer Controlsเป็นหน่วยควบคุมระบบอื่นๆ ที่นอกเหนือจากตัวของมันเองอย่างเครื่องเล่น CD จากภายนอก, Mini Disc หรือเครื่องเล่น MP3 เป็นต้น ด้วยปุ่มควบคุมด้านหน้าของตัว เฮดยูนิต เอง
  • Dual Illumination คือ ระบบไฟ หรือการส่องสว่างของตัวเฮดยูนิตนั่นเอง ในเครื่องรุ่นใหม่ๆมักจะมีการออกแบบให้มีความสามารถในการเปลี่ยนสีไฟของหน้า ปัทม์ได้ ส่วนมากมักจะเป็นสีเขียว, สีส้มอัมพัน และสีฟ้า เป็นต้น ตรงนี้ต้องเลือกให้ดีด้วย เพราะบางครั้งการที่หน้าปัทม์ของเฮดยูนิตมีแสงส่องสว่างมากเกินไปจะมีผลต่อ ทัศนะวิสัยในการขับขี่ในตอนกลางคืนด้วย
  • Frequency Response เป็นสิ่งที่จะบ่งบอกถึงความสามารถให้การตอบสนองความถี่ของเครื่อง ซึ่งคนเราสามารถจะฟังความถี่เสียงโดยเฉลี่ยได้ 20 Hz-20 kHz โดยในเครื่องเล่น CD สามารถให้ความถี่ได้ตามนั้นครับ แต่ในเครื่องเล่นเทปอย่างดีก็ทำได้แค่ 30 Hz-18 kHz ครับ
  • Line Output Voltage จะแสดงถึงแรดดันไฟฟ้าขาออกของ เฮดยูนิต ที่จะส่งให้กับ Driver อย่าง ลำโพง หรือ เพาเวอร์แอมป์ ว่ากันว่ายิ่งมีค่าสูงเท่าไรยิ่งดีครับ เพราะว่ายิ่งมีค่าที่สูง สัญญาณรบกวนที่จะผ่านออกมามันก็จะยิ่งต่ำ สำหรับ เฮดยูนิด โดยทั่วไปนั้น จะมีตัวเลขของ เอาท์พุท โวลท์เตจ ประมาณ 0.5-1 โวลต์ ครับ แต่ถ้าเป็น เฮดยูนิดในระดับไฮเอ็นด์ หรือมีคุณภาพสูงอาจมีเอาท์พุท โวลท์เตจ ถึง 4 โวลต์ หรือมากกว่านั้น
  • Loudness Control เป็น วงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกแบบมาสำหรับการยกความถี่เสียง หรือชดเชยความถี่เสียงที่หายไป ในการเล่นเสียงเพลงในระดับโวลลุ่มต่ำๆ เพื่อให้หูเราสามารถได้ยินอย่างชัดเจนขึ้น
  • MP3/WMA Capabilityคือสิ่งที่จะแสดงความสามารถของหัวอ่าน CD ว่าสามารถเล่น หรืออ่านไฟล์แบบ MP3/WMA ได้หรือไม่ คนรุ่นใหม่ต้องมีครับ
  • Power Output แสดง ถึงความสามารถในการให้กำลังขับสำหรับลำโพง โดยจะมีหน่วยเป็น วัตต์ และส่วนมาก มักจะมีการพิมพ์ที่หน้าเครื่องให้มีกำลังขับเกินจริงเสมอ แล้วถ้าจะวัดกันอย่างจริงจังแล้ว มักจะได้กำลังขับโดยประมาณอยู่ที่ 10-25 วัตต์ ต่อแชนแนลเท่านั้นเองครับ นั่นก็หมายความว่าการสร้างคุณภาพเสียงที่ดีนั้นมันต้องมาจากเพาเวอร์แอมป์ภายนอกเท่านั้น
  • Pre-Amp Output (RCA Jacks) เป็น เรื่องจำเป็นที่จะต้องมีครับ สำหรับการเพิ่มระบบเสียงใหม่ภายนอก หรือว่าถ้าคุณมีการวางแผนที่จะเพิ่ม เพาเวอร์แอมป์ ในภายหลัง ผมขอแนะนำว่าจะต้องมีไว้ อย่างน้อยหนึ่งช่องสัญญาณครับ
  • Remote Control หลายๆคนคิดว่ามันไม่จำเป็น แต่ความจริงแล้วคุณจะเห็นความจำเป็นของมันก็ต่อเมื่อมีการติดตั้ง จอมอนิเตอร์สำหรับชมภาพยนตร์จากการเล่น VCD/DVD/TV ครับ เพราะมันจะปลอดภัยกว่าการที่คุณจะเอื้อมมือมาปรับปุ่มต่างๆที่แผงหน้าปัทม์
  • Video Amplifier ทาง ที่ดีคุณควรจะเลือกในแบบที่มีกำลังขับในตัวด้วย เพื่อความสมบูรณ์ของสัญญาณเสียง เพราะว่าถ้าเป็นแบบที่ไม่มีกำลังขับในตัวแล้ว สิ่งที่หนีไม่พ้นก็คือจะต้องเสียงบเพิ่มในการติดตั้งปรีแอมป์ และ เพาเวอร์แอมป์เพิ่มเข้าไปในระบบอีก ถ้าไม่อยากเสียงเงินเพิ่มก็ต้องเลือกให้ดี
  • Video Filter มัน เป็นสิ่งที่ควรจะมีการติดตั้งให้มาด้วยในเครื่องเล่นวีดีโอของ เพราะสิ่งนี้คือวงจรสำหรับการตัดเสียงรบกวนที่เกิดจากเครื่องเล่นวีดีโอนั่น เอง ถ้าไม่มีแล้วอาจเกิดปัญหาในเรื่องของสัญญาณรบกวน และอาจต้องเพิ่มคาพาซิสเตอร์เข้าไปในระบบอีกหนึ่งตัว เพื่อช่วยในการกรองสัญญาณรบกวน เสียงงบประมาณเพิ่มอีก
  • Video Switcher เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าเลือกได้ก็ควรจะให้มีมาด้วย เพราะสิ่งนี้จะเป็นตัวช่วยที่สร้างประโยชน์ได้มากทีเดียว ในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นต่างๆของระบบ ยิ่งถ้ามีแหล่งกำเนิดสัญญาณหลายๆชิ้น ฟังก์ชั่นนี้เองที่จะช่วยเบาแรงลงได้มาก

อุปกรณ์เสริม และส่วนอื่นๆที่ควรตรวจสอบ

เหมือนการเลือกซื้ออุปกรณ์อื่นๆ ที่ก่อนจะเลือกหรือนำมาติดตั้งในระบบของเรานั้นมันก็ต้องมีมาตรการของการ สรรหา เพื่อไม่ให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้น ซึ่งควรพิจารณาดังนี้

  • สายเคเบิ้ล โดยทั่วไปสายเคเบิ้ลที่จะใช้ในการเชื่อมต่อสัญญาณสำหรับการเล่นวีดีโอนั้น ควรจะเป็นในแบบของ RCA แจ็ค ถ้าหากจุดเชื่อมต่อไม่เป็นไปในแบบที่ว่าแล้ว ควรไตร่ตรองดูให้ดีว่ามันจะคุ้มค่าหรือไม่ที่จะต้องมีการใช้สายสัญญาณแบบพิเศษ
  • Trim Rings ในที่นี้ก็หมายถึงส่วนเสริมต่างๆที่มีให้สำหรับช่วยในการติดตั้ง หรือสำหรับแขวน เสียบ ใส่ ตัวของจอมอนิเตอร์ หรือเครื่องเล่น DVD นั่น เอง ต้องตรวจสอบดูว่ามีมาให้ครบหรือไม่ มีความแน่นหนา และสมบูรณ์ ไม่มีการแตกหัก หรือบุบสลาย ไม่เช่นนั้นก็ต้องเสียเวลาในการตัดแต่ง หรือต่อเติมเพิ่ม ซึ่งอุปกรณ์พวกนี้มันค่อนข้างจะเล็ก และละเอียดอ่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยุ่งยากพอสมควร

d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);

honor_jpeg   mb_jpeg   johnnie_jpeg   judge_jpeg   maxma-2_jpeg   konrukdee_jpeg   ma_jpeg   gip_jpeg   exad_jpeg   option_jpeg   adison_jpeg   xcaliber_jpeg   rifle_jpeg   lefven_jpeg   cube_jpeg   kingdom_jpeg   ssf_jpeg   mafia_jpeg   taurus_jpeg