ว่าด้วยสายไฟในระบบเสียงรถยนต์…
เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันพอดูเกี่ยวกับสายไฟแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในแบบปราศจากออกซิจน (Oxygen-Fee), แบบกลุ่มเส้นลวดหลายขนาด (Multi-Stranded), แบบเส้นขนลวด (Braided), แบบถักเกรียว (Twisted), สายแกนอากาศ (Air Core) และยี่ห้อชั้นนำต่างๆ…แบบไหนละ…ที่ดีที่สุดกับระบบ…
ในความเป็นจริงแล้วสายไฟที่ใช้งานได้ดีที่สุดคือต้อง มีขนาดที่เหมาะสม นั่นเอง สายไฟที่ใช้โดยทั่วไปแล้วจะมีขนาดมาตรฐานเป็น AWG (American wire Gauge) หรือเรียกกันสั้นๆว่า Gauge ซึ่ง ในการตัดสินใจเลือกขนาดของสายที่เหมาะสมกับระบบเสียงแต่ละระบบนั้นจะเริ่ม พิจารณาด้วยจำนวนของกระแสไฟที่ไหลผ่านได้มากที่สุดในสาย มีการอ้างอิงถึงขนาดของฟิวส์ใน เพาเวอร์แอมป์, เฮดยูนิต และอุปกรณ์อื่นๆที่ใช้ไฟในระบบ จากนั้นจึงมาตัดสินใจเลือกด้วยความยาวของสายที่จะต้องใช้ในระบบตามตารางข้าง ล่างนี้
สำหรับ ในกรณีที่ใช้สายแบบอลูมินั่มแทนการใช้สายแบบทองแดงธรรมดา ให้ใช้สายที่ใหญ่กว่าจากการเทียบจากตารางถัดไปหนึ่งเบอร์แทน นอกจากนั้นยังต้องพิจารณาถึงความหนาของเปลือกหุ้มสายด้วย ควรใช้แบบที่มีคุณภาพดี ไม่เหลวละลายง่ายในที่มีความร้อนสูง อีกทั้งต้องหลีกเลี่ยงการเดินสายไฟผ่านบริเวณที่แหลมคม เพื่อป้องกันไม่ให้เปลือกหุ้มสายไฟมีการฉีกขาดได้ง่ายเกินไป
ไม่จำเป็นต้องเดินสายไฟจากอุปกรณ์ระบบเสียงทั้งหมดไปยังแบตเตอรี่โดยตรง…
สำหรับ อุปกรณ์ระบบเสียงบางประเภทที่กินไฟน้อยๆอย่าง เฮดยูนิต และอีควอไลเซอร์ อาจสามารถใช้กับสายไฟแรงดันที่มีอยู่แล้วในห้องโดยสารได้เลย แต่ในอุปกรณ์ระบบเสียงที่กินกระแสไฟในปริมาณสูงๆอย่างพวกเพาเวอร์แอมป์ หรืออุปกรณ์อื่นๆ สายไฟแรงดันเดิมภายในห้องโดยสารอาจไม่สามารถจ่ายกระแสได้อย่างเพียงพอ และส่วนใหญ่จะต่อผ่านฟิวส์ที่มีขนาดเล็ก 10-20 แอมป์ เท่านั้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเดินสายไฟแรงดันเส้นใหม่จากแบตเตอรี่ไปยังเพา เวอร์แอมป์ หรืออุปกรณ์อื่นๆที่กินกระแสสูงๆ โดยลอดผ่านผนังกั้นห้องเครื่องทะลุไปยังแบตเตอรี่ โดยมีตลับฟิวส์ที่มีขนาดเหมาะสมขั้นไว้ระหว่างสายไฟกับแบตเตอรี่ โดยมีที่สายไฟจากแบตเตอรี่มายังกล่องฟิวส์นั้นต้องยาวไม่เกิน 18 นิ้ว และการเดินสายไฟผ่านบริเวณที่มีความแหลมคม ควรที่จะห่อหุ้มบริเวณนั้นด้วยวัสดุจำพวกยาง หรืออื่นใดเพื่อป้องกันไว้ด้วย
ต้องเดินสายกราวด์โดยตรงไปยังแบตเตอรี่หรือไม่
อัน นี้ก็ไม่จำเป็นที่ต้องทำเช่นนั้นทุกกรณีเสมอไป แนวคิดที่ดีที่สดของการเดินสายกราวด์คือจะต้องนำกราวด์ของอุปกรณ์นั้นๆไป สัมผัสกับตัวถังรถโดยตรง และอยู่ใกล้กับอุปกรณ์นั้นๆที่สุด โดยที่สายกราวด์ที่ใช้ไม่ควรยาวเกิน 18 นิ้ว และต้องมีขนาดใหญ่กว่า หรือเท่ากับสายไฟแรงดันที่ใช้ในอุปกรณ์ชิ้นนั้นๆ จุดลงกราวด์ที่ดีจะต้องไม่มีผิวสีของรถเคลือบอยู่ และต้องไม่ใช่ชิ้นต่อของตัวถังด้วย…document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);